Charlize Theron ขึ้นแท่นราชินีหญิงดาวบู๊ ในหนังแอ็คชั่นแฟนตาซี The Old Guard ของ Netflix

Charlize Theron นางเอกเจ้าของรางวัลออสการ์ กำลังตอกย้ำความเป็นนางเอกสายบู๊แถวหน้าอีกคนของวงการ หลังจากรับบทเป็นตัวร้ายหญิงใน The Fast Saga ในภาค 8 (2017) และภาค 9 (2021) บทนำหญิงใน Mad Max: Fury Road (2015) ที่เด่นกว่าพระเอก รวมถึงเป็นนักแสดงนำของสายลับหญิงสุดโหด Atomic Blonde (2017) ที่กำลังจะมีภาคต่อสตรีมมิง Netflix อยู่ระหว่างเตรียมการถ่ายทำ (และเธอก็เคยอยากจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่นำหญิงมาตั้งแต่ Æon Flux (2003) ที่หนังไม่เปรี้ยงเท่าไรในยุคนั้น) ถ้าแค่นั้นยังไม่พอ ในปีนี้เธอจะชิมลางกับหนังแอ็คชั่นอีกเรื่องที่จะลงจอใน Netflix อย่าง The Old Guard

Warner เลื่อนฉายหนัง 6 เรื่อง รวมถึง Tenet และ Wonder Woman 1984

แล้วก็ไม่สามารถยืนหยัดกำหนดฉายเดิมได้ สำหรับ Tenet และ Wonder Woman 1984 ที่เป็นหนังฉายในช่วงเทศกาลซัมเมอร์ของสหรัฐฯ ประจำปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่หนังฟอร์มยักษ์ออกฉายมากที่สุด แต่ทั้งเรื่องแรกไม่ได้ขยับออกไปไกลมากนัก เพียง 2 สัปดาห์และยังอยู่ในเดือนกรกฎาคม นั่นคือ 31 กรกฎาคม ตามความตั้งใจของผู้กำกับ Christopher Nolan ที่จะฉายหนังในเดือนเกิดตัวเอง (เขาเกิด 30 กรกฎาคม) ส่วนในกำหนดฉายเดิม 17 กรกฎาคมนั้น จะนำ Inception (2010) หนังเก่าของ Nolan มาฉายแทน

ด้วยอาลัย “โจเอล ชูมัคเกอร์” ผู้กำกับ Batman Forever เสียชีวิตในวัย 80 ปี

วงการภาพยนตร์โลกสูญเสียตำนานมากความสามารถอีกราย “โจเอล ชูมัคเกอร์” ผู้กำกับหนังระดับพระกาฬเสียชีวิตด้วยวัย 80 ปี หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งมาอย่างยาวนาน

“เพียร์ซ บรอสแนน” ถูกบอกเทบท James Bond กลางอากาศทางโทรศัพท์จากโปรดิวเซอร์

เป็นอีกหนึ่งนักแสดง James Bond ที่อยู่ในความทรงจำของผู้ชม ซึ่งโตมากับยุค 90s สำหรับ Pierce Brosnan (เพียร์ซ บรอสแนน) ที่แสดงบทนี้ไว้ทั้งหมด 4 ภาค เริ่มตั้งแต่ Goldeneye (1995) จนถึงภาค Die Another Day (2002) ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็น James Bond ที่โชคร้ายไปหน่อยที่แม้ว่าแฟน ๆ จะชื่นชอบแต่ก็ถูกเปลี่ยนตัวนักแสดงเป็น Daniel Craig (แดเนียล เคร็ก) เร็วเกินไป (ได้เล่นแค่ 7 ปี) ซึ่งกับตัว Brosnan เองก็ไม่รู้มาก่อนเช่นกันว่าจะถูกถอดออกจากบท เพราะภาค Die Another Day ที่ประกอบ Halle Berry และ Rosamund Pike ภาคนี้ก็ทำรายได้สูงสุดของแฟรนไชส์ในตอนนั้น